pond's profileC u t ! e p p $ w e ...PhotosBlog Tools Help

Pondpond

Occupation
Location
Interests
Be a good girl
|false|
Photo 1 of 5
February 24

Hurray!

สอบเสร็จแล้ววววว ดีใจจัง สอบเร็จ แบบโล่งมากๆ
รู้สึกเหมือนว่า เฮ้อ....จบซะที การสอบ
จริงๆสอบนี่มันสบายน่ะ แค่ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ - -
เทอมนี้ส่งงานครบเป๊ะๆ ไม่มีขาด อ่อๆ คะแนนเก็บ
ภูมิศาสตร์ 79/80 งงตัวเองมากๆ ดีๆ เป็นวิชาช่วยไปซะ
 
สอบเสร็จ ตรงดิ่งกลับบ้านทันที กลับมากินข้าวกลางวัน
กับแม่ บิ๊ก รัตน์ ก้อง ไม่มีใครอยู่สักคน บิ๊กไปหอการค้า
รัตน์ไปซื้อของ ก้องไปบ้านเจ้เกียง ชิ่งไปคนเดียวเลยน่ะ
ตอนเย็น ตีแบตกะแม่ อาทิตย์นี้ตีแบตบ่อยมาก
ออกกำลัง หลังจากที่ไม่ได้ออกแบบจริงๆจังๆมานาน
เหนื่อยดี แต่ว่ามีความสุขดีเหมือนกัน เลือดสูบฉีด ^^
 
จริงๆแล้ว เมื่อวานจมปลักอยู่กะทีวีนานมากๆ ไม่ได้ตั้งใจจะดูไร
เป็นพิเศษ เปิดไปเจอ ดอร่ากับภาษาน่าสนุก ชอบอ่ะ น่ารักดี
แบบนั่งดูอยู่กะบ้าน แต่ได้เล่นกับดอร่าในทีวี ลองดูกันน่ะ
ฝึกฟังอังกฤษไปในตัวด้วย มีสแปนิช นิดนึงด้วย
อูโน่ ดอส เดส = 1 2 3 เลขสองไม่แน่ใจน่ะ
 
วันนี้ตื่นมา อาบน้ำ ตอนแต่งตัวโคตรเจ็บต้นแขนซ้ายเลย แบบเจ็บมาก
ตอนแรกนึกว่ากล้ามเนื้อฉีก คิดไปนู่น คิดใหม่ๆ ถ้ากล้ามเนื้อฉีก
มันคงปวดมากกว่านี้ แต่งตัวไปแบบทรมานๆ แล้วอาการมันก็หายไปเลย
ไปเรียนอังกฤษเหมือนเดิม อ่อๆ เปลี่ยนมาเรียนกะเจฟแล้วน่ะ
จอห์นเค้า ลาออกไปแล้ว ไม่รู้เพราะเหตุผลไร แต่เจฟ ดีมากๆอ่ะ
เค้าสอนภาษาสเปนให้ด้วย เอล นินโญ่ แปลว่า เด็กผู้ชาย
ลา นินญ่า เด็กผูหญิง อูโน่แปลว่า 1 เอ๊ะ นี่สรุปเรียนสเปน? 55
เจฟ สอนดีน่ะ ชอบเรียกว่าProf.Pond แล้วตอนพักสั้นๆ จะมี
น้องพี เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆมาเล่นด้วย น่ารัก พูดอังกฤษเก่ง
 
เรียนเสร็จไป โทรหาป๊า
pond:ฮัลโหล papa:HELLO!  แล้วสำเนียงนี่ได้เลย ชั้นนึกว่าโทรผิด
pond:ป๊าหรอ  papa :YES!! ดิชั้นเริ่มงงแล้วค่ะ
pond: อยู่ไหนเนี่ย papa:On the ground floor .I'm buying a cd.
แบบ เฮ้ยยยย ใครสอนป๊าชั้นว่ะ งงไปตั้งแต่ฮัลโหลล่ะ เสียงนี่ฝรั่งมากๆ
แล้วก็ไปกินเสี่ยวหลงเปา ชั้นนั่งกินคนเดียว สั่งเสี่ยวหลงเปา
เกี๊ยวซ่า แล้วก็เกี๊ยวตุ๋นซุปเป็ด แล้วก็กลับบ้าน
 
ไฮไลต์อยู่ตอนนั่งแท๊กซี่นี่ละ คนขับเป็นผู้หญิงไปอยู่อเมริกามา
อยู่LA เค้ามนุษยสัมพันธ์ดีสุดๆ พูดอังกฤษกับชั้นตลอดทาง
เค้านึกว่าเราเรียนอินเตอร์ - -พูดตลอดทางจริงๆน่ะ สนุกมากๆ
มีบางช่วงเค้าหันไปพูดภาษาจีนกับป๊าด้วย แบบเฮ้ยย
พี่ (จริงๆที่ป้าแล้วล่ะ แต่เราเรียกเค้าว่าพี่) พี่เค้าเก่งจริงๆอ่ะ
รู้สเปนอีกด้วย ชั้นก็ชวนเค้านับ1-10 เค้าเคยขับแท๊กซี่
ที่แอลเอมาก่อนไง มีใบมาให้ดูด้วย เค้าเคยสอนโทเฟลด้วย
เค้าสอนวิธีการออกเสียงแล้วก็สแลงให้ด้วย ตอนลงรถ
เค้าพูดว่าขอให้เอนจอยน่ะ อะไรประมานนี้อ่ะ เราก็บอกว่า
thank you .the same to you เค้าก็สอนอีกว่าใช้
likewise ก็ได้น่ะค่ะ อเมริกันใช้เยอะมาก
แบบรู้สึกดีมากๆอ่ะ ตั้งแต่นั่งพูดอังกฤษกันบนรถล่ะ
รู้สึกดีจัง
 
ไปละน่ะ คิดถึงทุกคน
January 06

New Year 2007

ผ่านปีใหม่ไปแล้ว (หลายวัน) 5555
ปีใหม่ปีนี้สนุกสนานดีมากๆ แต่ว่าเล่าย้อนกลับไปเมื่อก่อนคริสต์มาสนิดนึง
 
วันเสาร์ที่23 พอกลับจากเรียนพิเศษปั๊บ ก็รีบแพ๊คของทันที
พอแพ๊คเสร็จก็รอแปะมารับ แล้วก่อนไปโรงงานก็แวะลิตเติ้ลโฮม
ไปซื้อเค้กวันเกิดเจ้เกียง คือจริงๆยังไม่ถึงไง แต่จัดก่อนล่วงหน้า
ซื้อไป 5 ปอนด์ ใหญ่บิ๊กเบิ้ม ตอรฃนแรกจะสั่ง 10 ปอนด์  - -
แต่คงกินกันไม่หมด แล้วก็มุ่งหน้าสู่โรงงาน รถติดมากๆคับ
ไปถึงก็สวัสดีเจ้เกียง ยี่อึ้ม แล้วก็กินข้าวด้วยกัน อร่อยมากๆ
 
เสร็จแลวก็เริ่มทำเกมส์กัน ให้พวกพี่ๆคนงานเล่น ดิชั้น
รับหน้าที่ ร้อยเชือกเข้ากับลูกแอปเปิ้ล ก็น่ะ พอทำเสร็จก็
เอาแอปเปิ้ลไปล้าง เสร็จแล้วก็เอาไปร้อยเข้ากับเชือก
ให้มันห้อยต้องแต่ง เสร็จแล้วก็ให้พวกพี่ๆคนงานมาเล่นฮามากๆ
รอบแรกเล่นคนเดียว ห้ามใช้มือจับ ไม่มีคนทำได้เลยอ่ะ
เปลี่ยนให้มาเล่นเป็นคู่ๆ อันนี้แบบฮาไม่ไหวแล้ว ให้กัดแอปเปิ้ล
แต่กลายเป็นกัดพลาด ไปจูบกันเฉยเลย แบบชาย-ชายนะค่ะ
ฮากันแบบจะยืนเชียร์ไม่ไหว ลองนึกภาพตามด้วยน่ะ
 
เกมส์ต่อไป กินวิบากกรรม ชื่อเกมส์แต่งโดยเจ้เกียง
เริ่มจาก กินขนมปัง กินแตงโม เป่าแป้งมันหาเหรียญแล้ว
ใช้ปากคาบขึ้นมาวาง ต่อด้วย ใช้ช้อนเทน้ำให้เต็มขวดเป๊บซี่
แล้วก็ออันสุดท้าย กินโค้ก1ขวด เกมส์นี้แบบว่า
ให้ตายเหอะ ฮาอีกแล้ว สุดท้ายคนชนะแบบ เป็นผู้หญิง
ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลงแข่ง เก่งมากๆ
 
เกมส์ต่อไป ปิดตาตีลูกโป่ง(ให้แตก) เกมส์นี้ก็สนุกอ่ะ
ตีไปตีมาจะหันมาตีพวกเดียวกันแทน จุดสำคัญคือต้องตีลูกโป่งให้แตก
พอเสร็จแล้วก็ เป่าเค้กยักษ์ แล้วก็จับฉลาก มีรางวัลใหญ่
เป็นทีวี 21นิ้ว เหลือเชื่อมากๆอ่ะ คือพี่คนที่ได้จับคิวที่1
จับได้รางวัลที่1อ่ะ มากับดวงมากๆเลยอ่ะ สุดยอดๆ
 
หลังจากปาร์ตี้หมดแล้ว พวกเราก็กินกันต่อ แล้วก็อาบน้ำ เม้าท์ๆนอนๆ
 
วันรุ่งขึ้น ดิชั้น ตื่นมาอ่านหนังสือแต่เช้า เพราะว่าวันรุ่งขึ้นมีสอบ
แต่พออ่านไปซักถึงบ่ายโมงกว่าๆ พอดีเจ้เกียงเปิดรายการ ฟ้าเมืองไทย
เค้าไปพิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร เจ้เกียงก็บอก ไปกันเถอะ เลยไปเลย
ไปถึงก็แบบ ไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยก่อน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องไปสอบ
แล้วก็เข้าไปเดินชมข้างใน สวยจังเลย แล้วแบบเย็นๆด้วยไง
พอชมเสร็จเราก็ลงมากินข้าว ต้องแลกเหรียญร้อยรักษ์ด้วย
สนุกสนานมากๆวันนี้ พอกินเสร็จก็ไป เดอะมอลล์ แล้วก็ไปกิน
ข้าวที่ซ้งแล้วก็กลับบ้าน
 
วันสอบ 25-27-29 แต่ละวิชา ยากไปไหนค่ะ
วันที่ 27 ไปกินข้าวกะเจ้เกียงที่ครัวเจ้ง๊อ อร่อยดี โดยเฉพาะกั้ง
 
วันศุกร์ที่ 29 สอบเสร็จปุ๊บ กลับบ้าน แพ๊คกระเป๋าต่อ เพราะ
เราจะไปฉลองปีใหม่ที่แพร่กันค่ะ แปะมารับ แวะลิตเติ้ลโฮม
เพื่อตุนเสบียง แล้วก็กลับบ้าน ซุกพักใหญ่ๆ ก็ไปรับเจ้เกียง
เพราะเจ้เกียงรถเสีย เจ้เกียงกลับมาพร้อมhobby cake ของ
ขวัญปีใหม่จากพี่แหม่ม แล้วก็famous amos คุ้กกี้แสนอร่อย
วันรุ่งขึ้นพวกเราก็ออกเดินทางกันตอน 6โมงเช้า ถึงแพร่ 2โมงกว่าๆ
อากาศที่นี่ดี๊ดี เย็นๆ สบายมากๆ
 
วันที่31 ตอน 4ทุ่มกว่าๆ พวกเราไปทำข้าวเกรียบปากหม้อแล้วก็
ขมครกกัน เจ้เกียงเป็นคนทำ น้องๆนั่งกิน พอเค้าท์ดาวน์เสร็จก็ยิงปืน
ปัง ปัง ปัง ดังสนั่นมากๆ ตอนนั้นอากาศหนาวมากๆ พูดออกมาเป็นไอเลยล่ะ
วันนั้นพวกเราก็นอนกันตอนตี 4กว่า  วันรุ่งขึ้น ก็ไปดูของฝากกัน
ที่นี่เค้าเด่นเรื่องไม้อ่ะ ไม้สักอะไรประมาณนี้ แล้วก็แวะไปบิ๊กซี
ซื้อของมาทำกินกัน อาหารสุดครีเอท แซลมอลจิ้มแจ่ว อร่อยมากๆ
วันรุ่งขึ้นก็กลับกรุงเทพ ก็ลาอาอี๊ทั้งหมด แล้วก็กลับ
รถติดมากค่ะ ถึงบ้านตอน 4ทุ่มกว่าๆ หลับไปเลย แถมรุ่งขึ้นไม่ยอม
ไปโรงเรียนอีก
 
ที่จริงวันนี้ต้องไปเรียนอีเอฟแหละ แต่ว่าเค้าขอเลื่อนไปเป็นอาทิตย์หน้า
ก็ดีอ่ะ ได้หยุด รู้สึกว่า จะได้หยุดวันเสาร์แค่ 2ครั้งตั้งแต่ที่เรียนมา
เต่เจ้เกียงบอกว่าให้ไปเรียนกะคริสโตเฟอร์ ถ้าเป็นยังงั้นก็ต้องจัดตารางเรียนให้ดีมากๆอ่ะ
 
แต่ฟังดูก็เวิร์คน่ะ
 
December 05

5 DEC

5 ธันวาคม วันสำคัญของคนไทยทุกคน ขอพระองค์ทรงพระจริญ
 
เอาหล่ะ  ไม่ได้อัพมานานมากๆ เดือนกว่า - -* เป็นเพราะ
งานเยอะด้วยหล่ะมั้ง และด้วยความเป็นเด็กนักเรียน ก็ต้อง
ก้มหน้าก้มตาทำไป จนตอนนี้เกือบจะเสร็จทุกอย่างแล้ว
ว้าวววว ครั้งแรกเลย เฮ้อออ สู้กะการบ้านนี่มันเหนื่อยสุดๆไปเลย
 
 
อ่อ ตอนนี้ที่บ้านมีกระต่ายด้วย พี่ไปซื้อมา แต่วา ป๊าไม่ให้เลี้ยงอ่ะ
บอกว่า สงสารมัน ถ้าใครเอาพรไปขังในห้องน้ำชอบป่ะหล่ะ
นั่นแหละ คือเหตุผล พี่บิ๊กจะเอาไปเลี้ยงที่หอเพื่อนอ่ะ
คือใจจริงๆ ทุกคน ทั้งแม่ หนูพร น้องก้อง ไม่ค่อยอยากให้มัน
ไปแล้วอ่ะ เริ่มรู้สึกอยากเลี้ยงแล้ว มีแต่ยัยหนูรัตน์
ไม่ชอบให้เลี้ยง บอกว่าให้เอาไปปล่อย อำมหิตมากๆ
กระต่ายน้อย ชั้นจะเอายังไงกะแกดีเนี่ย
 
ตอนนี้อยู่ในช่วง game additionมากๆ เล่นตลอดเวลา
เกมส์มือถือ เกมส์บอย เกมส์คอมพ์ เล่นทุกเกมส์เลยอ่ะ
และมันคือสาเหตุ ที่ทำให้อยากได้PSP มากๆ
เอานี่หล่ะไม่ขอไรมาก 555 เอาจริงนะเนี่ย อยากได้สุดขีด
ต้องตื้อ ตื้อ และตื้อเท่านั้น (แว่วๆว่าป๊าเริ่มคิดละ)
 
วันอาทิตย์ก่อนไปกิน langsuan shark fin restaurant
อร่อยมาก แต่โคตรจุก เล่นสั่งอาหารเซตกัน
เป็นการกินหูฉลามที่อร่อยและสนุกมาก มีไฟอยู่ใต้ชาม 55 5555
 
วันนั้น แม่ถามว่า ช่วยทำตัวให้มันเป็นผู้หญิงกว่านี้ได้มั้ยยย
รู้สึกแบบ เฮ้ย แค่นี้ก็หญิงละน๊า อีกหน่อยคงต้องใส่กระโปรงกัน
ทุกวันเลยใช่มั้ยเนี่ย แม่จ๋า พรว่าพรหญิงสุดแล้วน่ะเนี่ย
ตอนเด็กๆ เหมือนว่ายัยรัตน์จะดูหญิงๆ ชั้นดูห้าว 55
พอโตมา รู้สึกกลับกันอ่ะ ยัยรัตน์ออกแนวแบบไม่ค่อย
บำรุงผิว ชั้นนี่แบบเจ้าแม่ครีมบำรุง ยัยรัตน์ออกแนวซ่าๆ
ชั้นก็แหวว+โก๊ะ เอ๊ะ ทำไมมันกลับกันน๊ออออ
 
เมื่อไหร่จะคริสต์มาสซะที ทั้งปีนี่ชอบเทศกาลนี้อันเดียว
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่โรงงานแปะจะจัดงานด้วย
มันเป็นงานวันเกิดเจ้เกียงล่ะ สนุกมากๆเลย
มีจับฉลากของขวัญ เล่นเกมส์ด้วย มีเหยียบลูกโป่ง
กินวิบาก ปิดตาเป่าเทียน cake fighting ด้วย มันส์สุดๆ
แล้วพวกหลานๆ ก็จะมีอภินันทนาการพิเศษ จะมีของ
ขวัญต่างหากด้วย แต่ไม่ได้จัดหลายปีแล้ว เพราะบางปีเจ้เกียงก็ไม่อยู่
แต่ปีนี้จัดแน่ๆ หลานๆเรียกร้อง+พี่ๆคนงานรีเควส
 
อยากให้ถึงคริสต์มาสเร็วๆจังเลย ความรู้สึกตอนเด็กๆกลับมา
ตอนเอาถุงเท้าไปแขวนไว้ที่หน้าต่าง(บ้านไม่มีเตาผิง555)
ตอนเขียนการ์ดถึงซานต้าว่า หนูอยากได้ของเล่นอันนี้จัง
แต่ก็ไม่เคยได้อะไรกลับมาเลย 5555
ตอนแข่งเขียนคำศัพท์ตอนอนุบาลที่ร.ร. ได้แชมป์ทุกปี วิ๊วววว
ได้ดินสอไม้กล่องใหญ่มากๆ +เข็มกลัดแชมป์ที่1 555
ตอนเด็กๆ หนูชอบวาดซานต้าครอสกะกวางเรนเดียร์ ที่ไม่สวยเอาซะเลย
 
หนูรักคริสต์มาส คริสต์มาส คริสต์มาสและ คริสต์มาส
เพราะมันให้ความรู้สึกเย็น อบอุ่น สนุก ยังไงไม่รู้
 
 
เย็นนี้ ไปกินข้าววันพ่อ เย้ๆ ไปโฮ's คิทเช่น
บ๊ายบาย
November 03

It's the time for studying

วันศุกร์แล้ว ดีใจจังเลย พรุ่งนี้ได้พักผ่อน วู้ววว (แต่ก็ยังมีเรียนพิเศษฟ่ะ)
การบ้านเริ่มเยอะอีกแล้ว แต่ก็ไม่เคยส่งเลทน่ะค่ะคราวนี้
ตรงเวลา เป๊ะ!! เริ่มสำนึกในความสำคัญของคะแนนเก็บ
ดาราศาสตร์ งานหนักมากก มีทั้งซีดี รายงาน โมเดล
แต่ก็เอาน่า สู้เต็มที่ เพื่ออนาคตที่สดใสรอเราอยู่(ติ๊งต๊องเนอะ)
วันเสาร์-อาทิตย์ ก็ต้องทำการบ้าน เพราะไม่ต้องมาค้างตอนสอบไง
เป็นโรคงานไม่สวยไม่ชอบ งานเรื่องครอบครัวฝรั่งเศส
ชอบดีอ่ะ รู้สึกเหมือนไดอารี่ตั้งแต่เด็กจนโต
ไม่รู้ดิ บางทีก็รู้สึกว่าชอบพวกงานศิลปะ ประดิษฐ์ๆ
อะไรพวกนี้มากๆ เพราะมันสวย ไอเดียจะกระฉูด
ตอนใกล้ๆจะส่ง เป็นแบบนี้ทุกทีเลย
 
ตอนนี้กับเพื่อนๆชอบเล่นวีดีโอกันมาก ถ่ายเก็บไว้ตรึม
อันที่ฮาๆเลยคือ "ออกมาเต้น" แบบช่วยกันร้องเพลง
แล้วก็เต้นๆ พอตอบจบก็ทำท่าเพาะกายกัน
แม่เพชรฮากับอันนี้มาก มีการถามว่า
พรเค้าเต้นด้วยมั้ยเนี่ย -นี่ไงแม่ เพชรก็เลยบอกไป
แม่ฮาเลย บอกว่าส่งมาเรียนน่ะเนี่ย ไม่ใช่ตลกคาเฟ่
มีคลิป ชั้นไม่ได้รักคุณ ภาษาใบ้ด้วย อันนี้มุกข์ฮาสุด
มีเร่เข้ามา แล้วก็ทำหน้าน้องทราย มีคลิปกินส้มตำด้วย
อันนี้หนุกหนาน มีอีกเยอะมากๆ ฮาๆทั้งนั้นเลย
 
เรียนพิเศษเริ่มแล้ววว เย้ (ถ้าวันเสาร์ไม่ตื่นเช้าจะดีมาก)
ชอบเรียนกลุ่มเล็กๆ ไม่รู้เป็นอะไร อีเอฟนี่แล้วใหญ่
คนเดียวไปเลย  ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง แต่ไม่ชอบ
อยู่คนเดียว มีป๊าเป็นเพื่อนเสมอ ดีจัง! เรียนฝรั่งเศส
ตลกมากๆ นั่งๆอยู่มีเด็กเดินมาเลื่อนประตูแล้วรีบวิ่งออกไป
เฉยเลย อาจารย์เดินตามไปถาม ใครเปิด? ไอ้นี่ ไอนั่น ไม่รู้ใคร ??
มีเด็กแอบส่อง เลยโดนยัยเพชรทำท่าเพาะกายใส่ซะเลย
เพื่อนๆที่เหลือ นั่งหัวเราะ บวกกะนั่งคิดแผนกะอาจารย์
แกล้งกลับไงดี ? ยัยเพชรก็ทำท่าเพาะกายไปเรื่อยๆ
เรียนเสร็จ โอวว มืดมากๆทั้งๆที่แค่ 6โมงกว่าๆ โทรไปให้ป๊ามารับ
ป๊ามาด้วย ดีมากๆ นึกว่าจะให้กลับเองซะแล้ว ใจเสียเลย
 
เมื่อเช้า ตูนโทรมา คุยกันไม่รู้เรื่องเลย เพราะชั้นเพิ่งตื่น
ไม่ถึง10วิ ได้ยินแต่ เอาดิคๆ แล้วก็เดินกลับไปนอน
หัวโขกกำแพงดังโป๊ก เจ็บมากแต่ก็นอนต่อ
ช่วงนี้ซุ่มซ่าม+โก๊ะโคตร ไปบ้านเจ้เกียง ทำไวน์หก
รีบเช็ดใหญ่เลย เปิดสายยางผิดจังหวะไปหน่อย
แปะเปียกหมดเลย กินเผือกกะทิ กำลังหั่นๆอยู่
เผือกกระเด็น เลอะเบาะหมดเลย อยู่บ้าน
ชอบเดินเตะเล็บเท้าแม่ ไม่รู้เป็นไร ชอบชนกล่องนี่อย่างบ่อย
อยู่โรงเรียน ชอบเดินชนประตู โดยเฉพาะประตูห้องประชุม
ช่วงนี้อยู่ในโหมด : โคตรซุ่มซ่าม
 
ตอนนี้ ง่วงแล้ว แต่ยังอัพอีกแปบนึง
วันนี้เรียนปริซซี่ สนุกดี  จะเรียนต่อไปเรื่อยๆ
 
ไปดีกว่า ง่วงจัง
 
October 26

I'm a vegetarian

ช่วงนี้อยู่ในช่วงกินเจ กินแล้วรู้สึกดี๊ดี เป็นปีแรกด้วยที่กินเจ
เป็นจริงๆจังๆ เจยังไม่แตกด้วย แม้จะโดนน้องก้องยั่วด้วย
ไก่ย่าง/หมูปิ้ง  อีกไม่กี่วันก็จะครบแล้ว คาดว่าคงกลับไป
กินเนื้อสัตว์น้อยลงกว่าเดิม(มั้ง) ไม่รู้ดิ ชอบกินเจน่ะเนี่ย
อร่อยมากๆ โดยเฉพาะกำหล่ำปลีต้มแบบนิ่มๆ อร๊อย อร่อย!!
กินแล้วสุขภาพดีด้วย บวกกะชอบกินพวกเต้าหู้อยู่นิดหน่อย
เลยกลายเป็นคนชอบกินเจไปเลย อร่อยอ่า
 
ก่อนเปิดเทอม ไปอยู่บ้านเจ้เกียงมาอีกแล้ว
สนุกมากๆเลย มีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะ ตื่นมา
กินข้าว ไปเช็คสต๊อค ไปนับของ ไปแพ๊คของ
ไปยกของ ไปนั่งทำแพคเกจ ส่วนใหญ่ก็จะไปทำ
กะเจ้เกียง สนุกมากๆเลยน่ะ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง
ไปหลายๆครั้ง ก็ติดใจ สนุกกว่านั่งเฉยๆตั้งเยอะน่ะ
ไปคราวนี้ได้ทำไรหลายอย่างเลยแหละ
ทั้งทำงานที่โรงงานแล้วก็ช่วยแปะทำกับข้าว!!??
จริงๆไม่ได้ทำไรเลย ช่วยหยิบของแล้วก็ ชิมแค่นี้แหละ
ได้ไปเที่ยวเยาวราช ตอนกลางคืนด้วย ไม่เคยมาเลย
สนุกดี ไปหาอาหารเจมากินกัน คนเยอะพลุกพล่านจริงๆ
ได้บรรยากาศอีกแบบนึกน่ะตามประสาคนไม่เคยมา
วันปิยมหาราช ก็ไปเที่ยวพุทธมณฑล ไปไหว้พระ
แล้วก็นั่งรับลม แล้วก็กลับบ้าน อ่อ เจอคนญี่ปุ่นด้วย
ชั้นก็ "คมบังวะ"หนูน้อยญี่ปุ่นก่อนเลย เด็กหันมายิ้มให้
ดีใจอย่างตลกๆไงไม่รู้ว่ะ แล้วก็กลับมากินกับข้าวเจ
ที่อร่อยที่บ้านเจ้เกียง มีความสุขจังเนอะกับการกินเจ
 
พอวันอังคารตอนค่ำๆก็กลับบ้าน เพราะโรงเรียนจะเปิดวันรุ่งขึ้น
โรคน้ำตาก็กลับมาหาตอนกลางคืน ร้องไห้ค่ะ เพราะยังไม่อยากเปิดเทอม
อยากอยู่กะเจ้เกียงต่อไป นั่งร้องจนถึงเที่ยงคืนครึ่ง ก็เผลอหลับไปเลย
คิดถึงเจ้เกียงสุดๆเลย ไว้ปิดเทอมหน้า พรจะไปอยู่ตั้งแต่ปิดวันแรกเลย
มันโคตรหดหู่เลยแบบน้องก้องก็ร้องไห้เหมือนกัน
ดิชั้นร้องมา 2 วันติดแล้วค่ะ หยุดร้องไม่ได้ รู้ว่าเดี๋ยวก็เจอกันอีก
แต่เมื่อไหร่ล่ะ ?? มันจะนานหรือเปล่า อยากอยู่ด้วยกันทุกวัน ทุกคน
อยากอยู่บ้านเดียวกันเหมือนตอนเด็กๆจังเลย ตอนนั้นสนุกนะคะ
ไม่รู้ดิ เป็นโรคติดเจ้เกียงตั้งแต่เด็ก หยุดไม่ได้..ขาดใจ
 
โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว ก็ดีอ่ะ สนุกดีเพราะการบ้านยังมีน้อยมาก
คอยดูตอนสอบ จะปั่นกันไม่ทัน เทอมนี้จะตั้งใจเรียน
จับมือสัญญากะมุกข์ไว้แล้ว  เราต้องทำให้ได้
(จะได้กี่วันน้อออ สู้กะตัวเอง เหนื่อย) วันนี้หนูกะเพชร
มีแอบแซว เรากะมุกข์ ขำๆกันไป จะทำการบ้านบ่อยๆหล่ะกัน
เพราะตอนนี้มีงาน 2ชิ้นแล้วว คำศัพท์ กับ สังคม
ส่วนเลข การบ้านเสร็จแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ
สาธุ เลขอย่าเกรดลงมามากกว่านี้เลย ใจจะขาดอยู่แล้ว
เดี๋ยวอัพเสร็จจะไปทำคำศัพท์ดีกว่า ขยันเนอะ 555
 
คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะจ๊ะ
บ๊ายบาย
 
 
 
 
 
 
 
 
October 13

Happy Anniversary#2

ต่อจากบล๊อกข้างล่าง....
 
วันที่9 เนื่องจากวันนั้นเป็นวันออกพรรษา เจ้เกียงเลยพาพร แปะ ยี่อึ้ม
ไปวัดไทยในลอนดอน นั่นก็คือวันพุทธปทีป อยู่ที่wimbledon
ลอนดอนโซน3 นั่งจากคิงส์ครอสแถวบ้านไปได้สบายมาก
ไปถึงก้ต้องต่อรถเมล์ ก่อนลงก็ถามคนขับว่าไปยังไง เข้าซอยไหน
หลังจากรู้รายละเอียดแล้วพวกเราก็เดินเข้าซอย ระหว่างเดิน
ก็มีคนไทย2คนเดินสวนมา เค้าบอกภาษาไทยกัน
เราเลยค่อนข้างมั่นใจว่าเข้าไม่ผิดซอยแน่
แล้วก็ไปถึงวัดใหญ่มาก มีอุโบสถที่ออกแนวไทยอย่างเดียว
ส่วนกุฏินี่แบบ อังกฤษมากๆ เป็นบ้านสวยดี
เราก็ไปถวายสังฆทานกัน แล้วก็เจอคนไทยที่นั่นด้วย
ก็เลยคุยๆกันนิดหน่อย แล้วก็แยกย้าย พวกเราก็ถ่ายรูปในวัดต่อ
มีโรงเรียนสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ด้วย
แล้วก็กลับ ตอนกลางวันก็แวะกินwagamama ร้านอาหารญี่ปุ่น
อะไรทำนองนั้นอ่ะแหละ อร่อยอีกแล้ว อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง ยืนยันๆ
แล้วพอเย็นๆ พี่แหม่มก็ว่างจากทำงาน เลยไปlondon eye กัน
เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทำขึ้นเพื่อฉลองในปี2000
แล้วก็จะรื้อทิ้ง แต่คนให้ความสนในอย่างมาก เลยตั้งอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์อีกอย่าง
ซึ่งlondon eye นี้ สายการบินbritish airways เป็นผู้สร้าง ขึ้นไปก็จะเป็น
แคปซูลใหญ่ จุคนได้เยอะประมาณ 15คน แต่แคปซูลของเรามีประมาณ
9-10คนเอง เลยสบายๆ มันก็คล้ายๆชิงช้าสวรรค์แต่ ใหญ่กว่าแล้วแข็งแรงกว่าหลายเท่า
ขึ้นไป ก็จะมองเห็นลอนดอนทั้งเมืองเลยทีเดียว สวยมากๆ ตอนกลางคืน
แล้วเราก็กลับบ้าน เพื่อเตรียมเที่ยวในวันต่อไป
 
วันที่10 ไป windsor castle หรือพระราชวังวินเซอร์ อันนี้ยังใช้อยู่
แตช่วงนั้นไม่มีคนใช้ เค้าก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม
ข้างในนี่แบบ เป็นปราสาทของแป้ รู้สึกว่าเออ นี่แหละ เป็นปราสาทอย่างแท้จริง
แล้วอยู่ที่นี่จะเห็นเครื่องบินบ่อยมาก ถ่ายรูปติดเครื่องบินมาก็มี
บรรยากาศก็ดี อากาศก็ดี ลมแรง เย็นๆ พอชมเสร็จ
พวกเราก็ออกมาข้างนอก เจอคุณยายคนนึงมาจากเดนมาร์ก
เค้ามารอลูกชายเค้าที่นี่ แบบตอนแรกก็แบบเออน่าสงสาร แต่เดี๋ยวลูกเค้าคงจะมา
พวกเราเลยถ่ายรูปกันเค้า แล้วก็แยกไปกินชากะสโคน สโคนที่นี่แปลกๆ
ไม่เหมือนที่ลอนดอน ที่ลอนดอนอร่อยมากๆ พอเรากินเสร็จก็เดินดูของ
เผื่อว่าจะซื้อ แต่ผิดคาดไม่มีใครซื้อไรเลย เพราเสื้อผ้าที่นี่ ที่ลอนดอนก็มีขาย
เลยไม่ซื้อดีกว่า ก็มีบางร้านที่ลอนดอนไม่มี เช่น มีร้านนึงเค้าขายแผนที่
เก่าๆ แบบมีของหลายประเทศมาก ตั้งแต่ที่ประเทศนั้นๆเริ่มเลยมั้ง
อันนี้ไม่รู้ที่ลอนดอนมีรึป่าว แต่ก็ไม่มีได้ซื้อกลับมา แป่วววว
แล้วพวกเราก็กลับบ้าน ทำกับข้าวกิน อร่อยทุกวัน เพราะอาหารทะเลสดมาก
 
วันที่11 วันนี้พวกเราเดินทางไปbath เป็นบ่อน้ำพุร้อนโบราณของชาวโรมัน
ไปถึงเมืองก็แบบ คลาสสิคๆหน่อย กินอย่างแรกเลย ไอติมรสครีมคาราเมล
เห็นป้ายหน้าร้านบอกว่าเป็นไอติมอิตาลี เลยลองซะหน่อย ก็อร่อยดี
เราก็เดินกินไอติมไปเรื่อยๆจนถึงที่หมาย เข้าไปก็จะเป็น 2ชั้น ชั้นบนจะเป็น
เหมือนระเบียงโล่งๆ มีรูปปั้นไรอยู่มากมาย มองลงไปข้างล่างก็เห็นบ่อน้ำร้อน
ชั้นล่างก็เป็น บ่อน้ำร้อนนี่หล่ะ เอามือจุ่มพิสูจน์แล้ว อุ่นใช้ได้
แล้วก็มีบ่อให้โยนเหรียญเค้าบอกไว้ว่า ถ้าหันหลังโยนเหรียญจะได้กลับมาอีก
เลยเชื่อเพราะตอนเด็กๆเจ้เกียงทำมาแล้ว แล้วก็ได้กลับมาจริงๆ
จำได้เลย หันหลังโยนตั้ง 9เหรียญ เอาฤกษ์เอาชัยสุดๆ ทุกคนก็ทำน่ะ
แล้วก็ออกมาเดินดูเค้าสีไวโอลินพร้อมกับเดินบนเชือก เก่งมากๆ
แล้วก็แวะร้านdisney ได้ตุ๊กตากลับมา 2ตัว เป็น sleeping beautyกะ
cinderella น่ารักมากๆ แล้วพอได้เวลา ก็หาของกินในเมืองนั้นแหละ
ตัดสินใจกินร้านนึง แต่เห็นหน้าร้านมันเขียนว่าvegetarian แต่พอถามๆดู
ก็รู้ว่าเค้ามีแบบเนื้อสัตว์ด้วย ก็เลยกินร้านนี่แหละ วันนี้ทุกคนกินกันเยอะมากๆ
ไม่น่าเชื่อ เพิ่มแล้วเพิ่มอีก แต่ก็อร่อยดีน่ะ
 
วันที่12 วันสุดท้ายแล้วที่ลอนดอน ต้องกลับบ้านวันนี้ตอน3 ทุ่มครึ่ง
ตื่นมา อาบน้ำ กินข้าว ออกจากบ้านตอนบ่ายโมงเพื่อรีบไปชอปปิ้งเก็บตก
ให้หมด รีบไปกะพี่แหม่ม2คน ไปโพล่ที่สถานีbond street แล้วเราก็เริ่ม
ออกตามหาselfriged เพราะจำไม่ได้แล้วว่ามันอยู่ไหน แต่สักพักก็เริ่ม
จำได้ ไปถึงก็ดูๆ ได้paul frank มา1 ออกไปเดินoxford street ต่อ
ไปbenetton ได้ตุ๊กตาบาร์บี้มาอีก 2 ตัว แล้วก็ไปต่อด้วย
covent garden ได้esprit มาอีก1ตัว เดินๆอยู่นั้น เจอร้านไอติมโคน
แต่ไม่ใช่ยี่ห้อเดิม พี่แหม่มใจดีซื้อให้ อร่อยอีกแล้ว ตอนนั้น
กำลังจะไปharrod'sต่อ แต่ไม่ทันแล้วเพราะมันจะ 5โมงแล้ว
นัดcab จะไปสนามบินไว้6โมง รีบกลับบ้านแต่รถไฟใต้ดินมันระงับชั่วคราว
เลย ต้องเดินไปอีกสถานีนึง โชคดีที่มันไม่ปิด เลยได้กลับบ้าน
มานั่งกินข้าวแล้วก็ 6โมงจนได้ เค้ามากดออดข้างล่าง ข้างของถูกยกลงไป
นั่งอยู่ข้างบน เลยทิ้งleave messageไว้ว่า
To: J'kieng &P'mammy
I will always miss you
From: N'pond
ทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าว แล้วก็รีบตามลงไป
บนถึงสนามบิน จริงๆต้องมาถึง ประมาณ ทุ่มกว่าๆ
แตรถติดมาก มาถึง 2ทุ่มกว่าๆ รีบเชคอิน แล้วเจ้เกียงกะพี่แหม่มก็ขึ้นมาส่ง
ตอนลานี่แบบเศร้ามาก น้ำตาจะไหล สวัสดีกัน แล้วก็เดินเข้าประตูไป
ไม่กล้าหันมามอง หันมาตอนประตูปิดไปแล้ว ใจหายมากกกก
12 ชั่วโมงบนเครื่องบิน ถ้าไม่หลับก็ร้องไห้ ข้าวนี่ไม่ได้กินเลย กินไม่ลง
ใจหายมาก คิดถึงด้วย เสียดายที่เวลามันสั้นไป หลายๆความรู้สึก
แต่ก็กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพทางกายแต่ไม่สวัสดิภาพทางใจ
 
มีหลายอย่างที่ชอบในอังกฤษน่ะ เช่น
-มีตลาดนัดหน้าบ้านทุกวันศุกร์ สนุกดี
-ปีนหน้าต่างออกไปที่ระเบียง เพื่อรับลม+ดูว่าคนมากดออด
-เดินจากบ้านแถวคิงส์ครอสไปถึงwarren street เดินตรงอย่างเดียวเลย
-ดีใจที่บ้านอยู่ใกล้คิงส์ครอสกะeuston เพราะมีทั้งcranberryและmark&spencer ใช้ซื้อของกิน
-ชอบติ่มซำที่ร้านอาหาร5ดาวมาก อร่อยที่สุดในโลก
-ออกจากบ้านตอน4ทุ่มเพื่อไปรับพี่แหม่ม แต่คลาดกันแต่ทำให้เราใช้และดู
tube map ได้อย่างคล่อง
-ตอนนี้สามารถซื้อตั๋วรถไฟใต้ตินได้อย่างดี
-ไม่หลงทางด้วย ถึงแม้จะมีอ้อมๆไปบ้าง ช้าบ้าง แต่ก็ถึงที่หมาย
-เดินไปรับเจ้เกียงที่เรียน สนุกมากๆ เดิน20 นาที- -
-ทำให้รู้จักการใช้ชิวิตโดยตัวเองเป็นคนทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
-รู้จักเรียนรู้การปรับตัวในเข้ากะสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยเจอ
-รู้ว่า ต่อไปนี้ ถ้าจะไปไหน ต้องไปกะเจ้เกียง พี่แหม่ม พี่เบนซ์ แล้วชีวิตจะสนุก!!
-อังกฤษ สอนให้รู้จักการรอคอย และความหวัง
-อังกฤษสอนว่าชีวิตสุดสนุกมันเป็นยังไง
-และสุดท้าย สอนตัวเองว่า ครอบครัวนี่แหละ ที่ทำให้เรามีเราเป็นทุกอย่าง-----
 

Happy Anniversary

วันนี้ครบรอบ 1ปีลอนดอนแล้ว เร็วมาก
ไปดูว่า วันนี้เมื่อปีที่แล้ว กำลังทำอะไรอยู่
 
วันที่13 ตุลาคม ไปดอนเมือง แวะไปกินเกี๊ยวน้ำหมูแดง
ข้างบนนิดหน่อย ก่อนจะเข้าไปตรวจพาสสปอร์ต
คือเวลาgateเปิด 11.45 แต่ตอนนั้นยังตรวจพาสสปอร์ตกันอยู่
แล้วก็เดินสบายๆ เจ้าหน้าที่เดินมาถาม "ไปลอนดอนเปล่าค่ะ"
"ใช่ค่ะ/ใช่ค่ะ" เค้าตอบมาว่า"ค่ะ 3 คนสุดท้ายแล้วค่ะ"
รีบวิ่งเลย แปะ ยี่อึ้ม และชั้น วิ่งๆรีบอย่างแรง
พอเครื่องออกปุ๊บ เริ่มคิด 12ชั่วโมง โอวว ชั้นจะทนไหวมั้ยเนี่ย
ไม่มีพักใดๆทั้งสิ้น พอเครื่องถึงheathrow แทบกรี๊ต
แบบเฮ้ยย ชั้นมาถึงแล้วๆ เดินนานมากๆกว่าจะถึงตม.พอถึง
ถามมาทำไม: มาเยี่ยมญาติค่ะ อยู่นานแค่ไหน : 2อาทิตย์ค่ะ
เคยไปออสเตรเลียมาหรอ : ค่ะ  มีครอบครัวอยู่ออสหรอ : ป่าวค่ะ อยู่เมืองไทย
2 คนนี้เป็นใคร:ลุงกะป้าค่ะ ทำไมพ่อแม่ไม่มาด้วย : อ๋อ ติดงานค่ะ บลา บลา
นึกไรได้ก็ตอบๆไป และแล้วก็ผ่าน รอกระเป๋า เสร็จแล้วก็เดินผ่านประตูออกมา
สอดส่ายสายตาหาคนมารับ มองแวบแรก ผ่าน... มองกลับมาจุดเดิม
นั่นเจ้เกียง พี่แหม่ม พี่เบนซ์ นี่หน่า เค้าก็เดินมารับ
พี่เบนซ์ซื้อben's cookiesมาให้ อร่อย มีแอบแซว แหมพร ยิ้มไม่หุบเลยน่ะ
แล้วก็นั่งcab กลับบ้าน โดนพี่แหม่มหลอกสารพัด กลับบ้านกินก๋วยเตี๋ยวฝีมือพี่3 คน
แล้วก็ไปเรียนรู้วิธีใช้ห้องน้ำ สนุกมากๆ
 
วันที่2 ไปplatform9 3/4อยู่ในสถานที่คิงส์ครอส ใกล้บ้านมากเดินไปๆ
เป็นที่ใช้ถ่ายแฮร์รี่ พ๊อตเตอร์ เราก็ถ่ายรูปกันใหญ่ แล้วก็นั่งunderground
ไปharrod's กินข้าวกลางวันที่นั่น อร่อยมาก porkrib+steak อร่อย
ลงมาดูของต่อข้างล่าง ยี่อึ้มได้กระเป๋ามา1ใบ งดงามมาก ไปกินkrispy kreamด้วย อร่อยสุดยอด
ชอบharrod's มากๆ แล้วก็ไปchina townกัน คนเยอะดี ไปซื้อของมาทำกับข้าว
พอเย็นแล้ว ก็กลับบ้านมาทำกับข้าว อยู่ที่นี่กับข้าวอร่อยทุกวัน จริงๆนะ
 
วันที่3 ออกจากบ้านนั่งtubeไป buckingham palace สวยดีน่ะ อลังการ
อันนี้เข้าไปไม่ได้ แต่ว่าจริงๆเค้าเปิดให้เข้าประมาณปลายๆเดือนกันยา เรามาช้าไป
แต่3 สามพาวเวอร์พัฟเค้าได้เข้า เพระเค้ามาก่อนนาน เสร็จแล้ว
เราก็เดินไปที่victoria park ดอกไม้สวยๆเต็มเลย เราก็ถ่ายรูปกันตลอดเวลา
แล้วก็ไปถ่ายรูปกะทหารม้า ทหารบุคลิกดี 555 หลังจากนั้น เราก็ไป
westminster abbeyที่ฝังศพเจ้าหญิงไดอาน่า ไปbigben ไปparliament
แล้วก็ไปtrafagar squareที่นี่คือใจกลางลอนดอน กม.ทีศูนย์
มีสิงโตให้พวกเราป่ายปีน เรากะเจ้เกียงก็ไม่พลาด
เจ้เกียงสามารถขึ้นไปนั่งบนตัวสิงโตได้ แต่ชั้นไม่สามารถค่ะ มันลื่น
แล้วพี่เบนซ์ก็มาสมทบ ไปพวกเราไปกินชา earl grey+scone
อร่อยสุดยอด แบบ ประทับใจมาก แล้วก็ไปกินเป็ดfour seasons
เป็ดที่มีชื่อเสียงมากๆในลอนดอน กรอบ อร่อย สุดๆ ดีใจที่ได้กิน
 
วันที่4 ไปHamptoncourt palace เป็นพระราชวังซึ่งตอนนี้
ไม่มีคนอยู่แล้ว เราจึงสามารถเข้าไปชมได้ สัมผัสได้ถึง
ความอลังการ มีสวนปลูกองุ่นด้วยน่ะ สวนสวยมากๆ
ต้นไม้ต้นใหญ่ เป็นรูป3เหลี่ยม สวยงามมากๆ ก่อนกลับลอนดอน
เราก็ซื้อไอติมโคนกิน เป็นของอังกฤษ โห ไม่น่าเชื่อ อร่อยแบบอ่อนนุ่มมาก
อ่าว ลืมไป วันนี้พวกเรานั่งรถไฟไปกัน ได้บรรยากาศ มีแพคของไปกินด้วย
 
วันที่5 ไปเมืองoxford เราออกจากลอนดอนแต่เช้า (เช้ากว่าปกติเยอะ)
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะขึ้นที่สถานีpaddington ใครู้จักหมีpaddington มั่ง
คือนั่งคุยกันตั้งแต่วันแรกละว่า paddington น่ารักเนอะ
พวกเราก็นั่งกินอะไรไปฆ่าเวลาพลางๆ และแล้วตอนเจ้เกียง
กะพี่แหม่มกำลังกดเงิน รถไฟกำลังจะออกภายใน 50 วินาที
โห วิ่งกันด้วยความเร็วสูง ตอนวิ่งพี่เบนซ์บอก พรเร็วๆ 30 วิแล้ว
ขึ้นไปปุ๊บ รถไฟออกเป๊ะ เจ้เกียงกะพีแหม่มตกรถไฟ ต้องไปเที่ยวต่อไป
พี่เบนซ์พาพวกเราไปนั่งfirst class ทั้งๆที่พวกเราซื้อบัตรstandard
สบายไปเลย นั่งดูวิวไป คุยกันไปแล้วเราก็หลับ เกือบไม่ได้ลงที่oxfordละ
เพราะหลับเพลิน แต่มารีบปลุกพี่เบนซ์ พี่เบนซ์ตื่นเร็วๆ ถึงแล้วๆ
แล้วพี่เบนซ์ก็ไปถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องนั่งรถสายไหนไปลงใจกลางเมือง
พวกเราก็ไปตามที่เค้าบอก แล้วก็ถึง แล้วก็เดินเล่นๆกันก่อน
เพราะรอพี่แหม่มกะเจ้เกียง เราไปพักกันที่นึง เห็นมีคนนั่งเยอะดี
พอเจ้เกียงกะพี่แหม่มมาถึง พร้อมพี่ป่าน(พี่ป่านอยู่oxfordมานานมากตั้งแต่ป.4)
พี่เค้าก็บอกว่าเนี่ยตรงนี้คือ ที่พักhomeless พวกชั้นก็เฮ้ย แล้วก็หัวเราะๆ
นั่งกินแซนด์วิชแปบนึง ก็เดินทางไปยังจุดหมาย
ระหว่างทางมีขบวนนักเรียนดุริยางค์ด้วย พวกเราไปกันที่
New University อายุ 700 กว่าปีแล้ว เป็นที่ถ่ายแฮร์รี่พ๊อตเตอร์อีกแล้ว
สวยมากๆ แล้วก็เดินขึ้นหอคอย เยอะมากๆ มองลงมาจะเห็นst.mary
ที่เป็นสัญลักษณ์ แล้วพวกเราก็ลงมานั่งกินชาในสวนสวย
พี่ป่านเป็นกันเองดี แล้วเราก็เดินไปซื้อของที่ระลึกจากoxford
เป็นถุง ใช้ใส่หนังสือได้ แล้วเราก็กลับมาลอนดอนกัน
ไปกินอาหารเกาหลี อร่อยโคตรรร krispy rice อร่อยมาก
 
 
วันที่หก พี่เบนซ์ไม่อยู่แล้ว หนีไปเที่ยวสก๊อตแลนด์แล้ว
พวกเราก็ไปเที่ยวเหมือนกัน ไปเดินoxford street
ถนนชอปปิ้งทั้งสาย ได้ชอปปิ้งอีกแล้ว ได้ เสื้อ2ตัว
กางเกงยีนส์ 1 ตัว จากedc by esprit 50ปอนด์ ละลายหายไปกับตา
แล้วจากนั้นก็ไปพิพิธภัณฑ์madame tussauds ข้างล่างสุดก็จะมี
มือและเท้าของผู้มีชื่อเสียง เป็นรูปปั้นลอยตัว
เหมือนจริงที่เซนติเมตร มีเท้าเดวิดเบคด้วย ขึ้นลิฟต์ไปชั้นสอง
ลิฟต์เปิดมา ก็มีแสงแฟลชเต็มไปหมด เพราะเค้าทำให้เราเหมือน
เซเลบบริตี้ เพราะชั้นสองส่วนใหญ่เป็นดารา คนมีชื่อเสียงเต็มเลย
แล้วเค้าทำเหมือนมากๆ พวกเราก็จะหลุดกันบ่อยๆว่าหลบคนหน่อย
จริงๆคือรูปปั้นคนกำลังถ่ายรูป อะไรประมาณนั้น มีจูเลีย โรเบิร์ต
เดวิดเบคกะวิกตอเรีย มีทอมครูส /นิโคลัจ เคจ /โคฟี่ อานัน
จอร์จ บุช+โทนี่แบลร์/ ปูติน เยอะมาก มีpope มีเจ้าหญิงไดอาน่า
มีควีนอลิซซาเบ๊ท มีเจ้าชายวิลเลี่ยม ถ่ายรูปจากที่นั่นกลับมาด้วย
มีเยอะจริงๆ แบบคนก็เยอะ รูปปั้นก็เยอะ เราไปต่อกันที่ชั้นสาม
มีบ้านผีสิง ก่อนเข้าเค้าบอกว่า ห้ามจับทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เข้าไปก็แบบ มันส์สุดๆๆกรี๊ตกันกระจาย 2ผู้เฒ่าข้างหน้า เค้าไม่กล้าเดิน
พวกเราจึงเป็นหน่วยกล้าตาย เจออะไรก็เจอก่อน พวกเรา5คน เป็นผู้นำ
ในรอบนี้ 5555 กรี๊ตกันแบบว่า สุดยอด เสียงดังสนั่น สนุกมากๆๆ
ออกมาโคตรเหนื่อย เราก็ไปนั่งคล้ายๆเลื่อนอ่ะ ไปเดินทาง
ก็มีเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ออกแนวสวยงามๆ การ์ตูนๆ
พอพวกเราออกมา ก็ไปดูเกี่ยวกะสุริยจักรวาล เป็นห้องกว้างๆ
มีโดมอยู่ข้างบน ซึ่งเค้าก็ฉายบนโดมนั่นแหละ สวยมากๆ
น่าตื่นเต้นแต่แอบเมื่อยคอ เสร็จจากมาดามทุซโซ่ก็ไปห้าง
selfriged ห้างอันดับสองรองจากharrod's ไปเดินเล่นๆ
เซอร์เวย์ก่อนๆ แล้วก็กลับบ้าน ที่บ้านจะมีกับข้าวอร่อยๆทุกเย็น
กินพร้อมกะไวน์ มีความสุขจริงๆ
 
วันที่7 ไปlondon bridge ไปถ่ายรูปๆถ่ายรูปอยู่ตรงนั้นนานมากๆ
เพราะสะพานมันสวยไง เราเลยแวะกินชา กาแฟ กันในtower of london
กิน earl grey กะ macaronขนมฝรั่งเศสอ่ะ อร่อยดีรสชอคโกแลต
แล้วก็เข้าไปในtower of london ใหญ่มากๆ แล้วก็สวยมากๆ
ข้างในก็เดินเข้าไปดูมงกุฏ โคตรสวย แต่ห้ามถ่ายรูปนะค่ะ
มีมงกุฏหลายแบบมากมายๆ มีภาพควีนอลิซตอนรับตำแหน่งด้วย
เป็นวีดีโอ ความยาวประมาณ 5นาที สวยสง่ามากอ่ะ ตอนนี้ก็ยังสวย
แล้วก็เข้าไปดูที่หอคอยๆอื่นๆด้วย มีหอคอยอันนึง เค้าบอกว่ามีผีด้วย
เค้ามีเหมือนวงจรปิดให้ดู ว่าเรายืนอยู่ตรงนี้ ก็จะเห็นใครไม่รู้เดินๆอยู่ใน
ห้องด้วย แต่เราไม่เห็น ต้องมองจากวงจรปิด มีเสียงเดิน ก๊อก ก๊อก
ก็แบบ ความรู้สึกตอนนั้ก็แบบ เฮ้ย เป็นไปได้ไง แล้วก็ไปที่สวนนั่งพักแปบนึง
ตรงนั้นจะมี อีกา คือเป็นที่สำหรับดูอีกาโดยเฉพาะ อีกามีจูบโชว์ด้วย
หลังจากนั้นพี่แหม่มก็มา หลักจากที่ติดเรียน+ทำงาน
เราก็ไปกันที่ st.paulเป็นโบสถ์ที่เจ้าชายชาร์ลแต่งงานกะเจ้าหญิงไดอาน่า
แต่พวกเราไปเย็นเกินไป เลยไม่ได้ขึ้นไปข้างบน เดินดูข้างล่าง
กับโรงอาหารที่โบสถ์ พอเริ่มเย็นๆ พวกเราก็ไปpiccadilly circus
เป็นสถานที่มีดังในลอนดอนเหมือนกัน เป็นสัญลักษณ์อีก 1ที่
พวกเราก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้านแถวนั้น วันนี้กินอาหารฝรั่ง
ชอบหัวหอมใหญ่ทอดมากๆ อร่อย พอกินเสร็จก็เดินมาถ่ายรูป
ถ่ายเยอะๆ สนุกดี แล้วเราก็กลับบ้าน นั่งคุยกันจนตี1-ตี2 แล้วก็หลับ
 
วันที่8แล้ว คราวนี้ไปst.paul อีกรอบ คราวนี้ได้เข้าไปข้างบนด้วย
เดินขึ้นบันไดไป 530 ขึ้น(ถ้าจำไม่ผิด) ตอนแรกก็แบบคิดว่าไม่น่าจะเหนื่อย
เอาเข้าจริง หอบกันทุกคน เดินประมาณ 100กว่าสองร้อยก็พักก่อน เพราะไม่ไหว
แล้วก็เดินกันต่อประมาณ 100กว่าก็พัก คือที่พักตอนนั้นคือแบบ
คนที่เดินขึ้นมาก็จะเห็นว่าพวกเรานั่งอยู่ พวกเราก็จะมีแซว
are you tired? เค้าตอบกลับมาว่า very tired แล้วก็หัวเราะ
พอพวกเราหายเหนื่อย เดินขึ้นบันไดต่อ ก็จะเห็นคนที่พวกเราถาม
นั่งพักอยู่อักชั้น ก็หัวเราะกันไป มีช่วงนึงบันไดน่ากลัวมาก
เป็นคล้ายๆบันไดวน ทำด้วยเหล็ก เป็นระยะห่างก็เยอะน่ะ
ไม่กล้ามองลงไปข้างล่าง ขาสั่นๆ แต่ในที่สุดก็มาถึง
จนได้บนหอคอย จะเห็นวิวที่สวยมากๆ ก็ถ่ายรูปกันเยอะ
มองลงมานี่แบบ โอวว สูงจังเล๊ยยย แล้วพอถ่ายรูปเสร็จก็
เดินลงมาอีก530กว่าขั้น แล้วก็ไปkensington palace
ที่นี่ก็จะเป็นสวนใหญ่ๆเลยน่ะให้เดินชมก่อนจะถึงตัวปราสาท
พอเข้าไปก็จะมีอุปกรณ์อธิบาย คล้ายๆมือถือแต่ยาวกว่า
มีเสื้อที่เจ้าหญิงไดอาน่า เคยใส่ แต่ละชุด สวยๆทั้งนั้น
แล้วก็มีรูปปั้นอยู่ข้างในด้วย มีอะไรหลายอย่างอยู่ในนั้น
แล้วก็เดินมาจนถึงร้านที่ระลึก มีของหลายอย่างให้เลือกซื้อ
แต่ส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกันในtower of london แล้วก็กลับบ้าน
เนื่องจากวันนี้เดินขึ้นบันไดเยอะ เลยฝันว่าเดินๆอยู่ตกบันได
แล้วก็สะดุ้งตื่น ทุกคนพอรู้ ก็ขำๆว่า เป็นหนักๆ
 
เดี๋ยวมาต่อวันที่เหลือ... มันยาวไปแล้ว